คำขู่ปิด "ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ" ของกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุน จะกระเทือนการขนส่งผ่านทะเลแดงอย่างไร

A satellite view of the Bab al-Mandab Strait

ที่มาของภาพ, Gallo Images via Getty

คำบรรยายภาพ, ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ (Bab al-Mandab) มีความกว้างราว 36 กิโลเมตร และเชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
Published
เวลาอ่าน: 8 นาที

คำขู่ปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในทะเลแดงโดยพันธมิตรของอิหร่านทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักต่อผลกระทบที่อาจมีต่อการค้าโลก

อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้วในทางปฏิบัติ ซึ่งนั้นทำให้การเดินเรือจากอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นอัมพาต และตอนนี้ พันธมิตรหลักของอิหร่านในตะวันออกกลางกำลังขู่ที่จะเปิดแนวรบทางทะเลอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับ

กลุ่มฮูตี (Houthis) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่อิหร่านหนุนหลังและควบคุมเยเมนตอนเหนือ ได้ประกาศ "การคว่ำบาตรทางทะเล" ต่อซาอุดีอาระเบีย พันธมิตรของสหรัฐฯ ณ ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ (Bab al-Mandab) ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อมระหว่างอ่าวเอเดนและทะเลแดง นำไปสู่คลองสุเอซ โดยมีน้ำมันดิบทางทะเลของโลกถูกขนส่งผ่านช่องทางนี้ประมาณ 12%

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. 2026 ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวเป็นการตอบโต้กรณีที่ซาอุดีอาระเบียปิดล้อมท่าเรือและสนามบินหลายแห่งในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุม

เพื่อเป็นการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียได้ประณามข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าซาอุฯ "จะใช้มาตรการทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อปกป้องเรือของตนตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

เยเมนต้องเผชิญกับความพินาศจากสงครามกลางเมืองที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2014 เมื่อกลุ่มฮูตีขับไล่รัฐบาลออกจากกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2015 หลังจากกองกำลังผสมอาหรับที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเข้าแทรกแซงเพื่อพยายามฟื้นฟูอำนาจของรัฐบาลพลเรือนในเยเมน

การสู้รบดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150,000 คน และก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีประชาชนมากกว่า 22 ล้านคนที่ต้องการความช่วยเหลือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ตามข้อมูลจากสหประชาชาติ

แต่กลุ่มฮูตีจะสามารถปิดช่องแคบบาบ เอล มันเดบ และไม่ให้เรือของซาอุดีอาระเบียแล่นผ่านได้จริงหรือไม่ ?

Map of Middle East shipping routes
คำบรรยายภาพ, แผนที่ทะเลแดงตอนใต้และอ่าวเอเดน ซึ่งลูกศรสีแดงแสดงเส้นทางของเรือ 4 ลำที่กลับลำหลังจากเข้าใกล้ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ระหว่างเยเมนและแอฟริกาตะวันออก

ฟาเรีย อัล-มุสลิมี ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง จากสถาบันคลังสมองแชทแธมเฮาส์ (Chatham House) ในลอนดอน กล่าวกับบีบีซี นิวส์ เวิร์ลเซอร์วิส ว่ากลุ่มดังกล่าวมีแสนยานุภาพมากพอที่จะสร้างความปั่นป่วนได้

"กลุ่มฮูตีมีทุ่นระเบิดและได้พัฒนาขีดความสามารถด้านโดรนทางทะเลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา" เขากล่าว

และพวกเขาสามารถสร้างปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้มาตรการปิดกั้นช่องแคบแห่งนี้อย่างอย่างเต็มรูปแบบ

"สิ่งที่พวกเขาต้องทำมีเพียงแค่โจมตีเป้าหมายให้ได้สักหนึ่งแห่ง... ต่อให้จะเป็นการโจมตีเชิงสัญลักษณ์ แต่มันก็จะสร้างความตื่นตระหนกในหมู่บริษัทประกันภัย บริษัทเดินเรือ และผู้จัดหาน้ำมัน ซึ่งแค่นั้นก็สร้างความเสียหายมากกว่าที่ผู้คนอาจคิดไว้แล้ว"

"ยุทธศาสตร์ของอิหร่านหลังสงครามคือการทำให้พันธมิตรในภูมิภาคของสหรัฐฯ ต้องบอบช้ำ พวกเขากำลังพยายามลากทุกคนเข้ามาสู่ความขัดแย้ง"

ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยขู่ที่จะ "เปิดแนวรบอื่น ๆ" และ อันวัต อัล-อันซี ผู้เชี่ยวชาญด้านเยเมนเห็นพ้องว่า กลุ่มฮูตีกำลังทำตามคำสั่งของรัฐบาลกรุงเตหะรานเพื่อพยายามลากซาอุดีอาระเบียเข้าสู่ความขัดแย้ง

"อิหร่านต้องการการยกระดับความขัดแย้งนี้ เพราะมันเป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ตอนนี้ ซาอุดีอาระเบียหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกรุงเตหะรานมาโดยตลอด แต่ตอนนี้พวกเขาจะต้องลงมือปกป้องผลประโยชน์ของตน หากกลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีจริง ๆ" อัล-อันซี อธิบาย

ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ สำคัญแค่ไหน

ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ตั้งอยู่ระหว่างเยเมน ในฝั่งคาบสมุทรอาหรับของทะเลแดง และจิบูตีกับเอริเทรียในฝั่งแอฟริกา เรือสินค้าที่เดินทางมาจากมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเอเดนจำเป็นต้องผ่านช่องแคบนี้ เพื่อเข้าสู่คลองสุเอซ

ช่องแคบแห่งนี้มีความยาว 115 กิโลเมตร และกว้าง 36 กิโลเมตร มันกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของการค้าโลก นับตั้งแต่คลองสุเอซเปิดใช้งานในปี 1869 ซึ่งเอื้อให้เกิดเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างยุโรปและเอเชีย

ปัจจุบัน เส้นทางเดินเรือที่ผ่านทะเลแดงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก การขนส่งทางทะเลราวหนึ่งในสี่ของโลกผ่านเส้นทางนี้

ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแทบจะถูกปิดจากผลของสงครามไปแล้ว รองรับการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของโลก หากช่องแคบบาบ เอล มันเดบถูกปิดเพิ่มขึ้นอีกนั่นจะส่งผลให้การขนส่งน้ำมันอีกราว 12% ของโลกต้องหยุดชะงักด้วย

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (Energy Information Administration - EIA) ระบุว่า แต่ละวัน จะมีน้ำมันราว 5 ล้านบาร์เรล จากตะวันออกกลางและเอเชียที่ขนส่งผ่านช่องแคบนี้ไปยังประเทศตะวันตก

นอกจากนี้ ราว 8% ของการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกก็ผ่านช่องแคบแห่งนี้เช่นกัน ทำให้ช่องแคบบาบ เอล มันเดบเป็นเส้นเลือดสำคัญของอุปทานพลังงานโลก

นับตั้งแต่ที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแทบจะเต็มรูปแบบ เส้นทางเดินเรือผ่านทะเลแดงจึงยิ่งทวีความสำคัญต่อการค้าโลก ซาอุดีอาระเบียเริ่มใช้ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ เป็นจุดผ่านสำหรับการขนส่งน้ำมันจากท่าเรือยันบู รัฐบาลซาอุดีอาระเบียส่งน้ำมันดิบวันละหลายล้านบาร์เรลจากแหล่งผลิตทางตะวันออกมายังท่าเรือดังกล่าวผ่านท่อส่งน้ำมัน

นอกเหนือจากน้ำมันและก๊าซแล้ว ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าหลักระหว่างตะวันออกและตะวันตก โดยมีเรือสินค้าจำนวนมากแล่นผ่านน่านน้ำนี้ในทุก ๆ วัน

Ever Given cargo ship blocking the Suez Canal

ที่มาของภาพ, Suez Canal Authority via European Pressphoto Agency

คำบรรยายภาพ, ภาพเหตุการณ์เรือเอเวอร์ กิฟเวน (Ever Given) ขวางคลองสุเอซเมื่อปี 2021

การปิดช่องแคบดังกล่าว จะส่งผลกระทบคล้ายคลึงกับเหตุการ์เมื่อปี 2021 ตอนที่เรือสินค้าสัญชาติปานามา ที่มีชื่อว่าเอเวอร์ กิฟเวน เกยตื้นและขวางคลองสุเอซ เหตุการณ์นั้นส่งให้เกิดคอขวดในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างรุนแรง ดันต้นทุนเพิ่มขึ้น และทำให้การขนส่งทั้งน้ำมันและสินค้าอีกหลากหลายชนิดล่าช้า

บทบาทของกลุ่มฮูตี

มีแนวโน้มสูงว่าการโจมตีช่องแคบบาบ เอล มันเดบใด ๆ ก็ตามจะเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองและกองกำลังติดอาวุธในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮูตีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์โดยไม่เปิดเผยชื่อว่า กลุ่มมีความ "พร้อมทางทหาร" ที่จะโจมตีช่องแคบดังกล่าวเพื่อสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. กลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอล ซึ่งนับเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมครั้งแรกในสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา–อิสราเอลกับอิหร่าน โดยอิสราเอลระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธสองลูกที่ยิงมาจากเยเมนได้

กลุ่มฮูตีควบคุมแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน และเคยโจมตีพื้นที่ช่องแคบบาบ เอล มันเดบมาแล้วในช่วงสงครามกาซา หากนับแค่ศักยภาพของกลุ่มฮูตีอย่างเดียว พวกเขาได้โจมตีเรือพาณิชย์ไปแล้วมากกว่า 100 ลำด้วยขีปนาวุธและโดรน ทำให้เรือจม 2 ลำ และมีลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย

The underside of a Houthi helicopter can be seen as it approaches the massive cargo ship Galaxy Leader from behind. The ship leaves a massive wake behind as it travels in open sea, with no land visible.

ที่มาของภาพ, Houthi Military Media via Reuters

คำบรรยายภาพ, กลุ่มฮูตีจี้เรือสินค้ากาแล็กซี ลีดเดอร์ ในปี 2023

ในเดือน พ.ย. 2023 กลุ่มฮูตีใช้เฮลิคอปเตอร์บุกยึดเรือสินค้าซึ่งดำเนินการโดยบริษัทญี่ปุ่นและมีเจ้าของเป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษกลางทะเลแดง

แม้ว่ากลุ่มฮูตีจะอ้างว่าโจมตีเฉพาะเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล แต่การโจมตีดังกล่าวถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้บริษัทเดินเรือและบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกหลายแห่งระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้

แม้เหตุโจมตีต่าง ๆ จะซาลงในเวลาต่อมา ท่ามกลางคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ว่ากลุ่มฮูตีเป็นฝ่ายยอมถอย ประกอบกับคำโต้แย้งจากฝ่ายฮูตีว่าสหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นฝ่ายยอมถอย แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง

"เป็นที่คาดหมายมาโดยตลอดว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนจะเข้าร่วมสงครามนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ" ลีส ดูเซต์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของบีบีซีกล่าว

เธอเสริมว่า "กลุ่มฮูตี ซึ่งมีอิทธิพลในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน ยังไม่ได้ใช้อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขา นั่นคือความสามารถในการทำให้การสัญจรผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นจุดคอขวดทางทะเลที่เชื่อมทะเลแดงกับเส้นทางการค้าโลก"

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. สำนักงานบริหารการเดินเรือของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ระบุในประกาศว่า "แม้ว่ากลุ่มก่อการร้ายฮูตีจะยังไม่ได้โจมตีเรือพาณิชย์นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกาซาในเดือน ต.ค. 2025 แต่กลุ่มฮูตียังคงเป็นภัยคุกคามต่อทรัพย์สินของสหรัฐฯ รวมถึงเรือพาณิชย์ในภูมิภาคนี้"

เส้นทางสินค้าโลกอ่อนไหวอย่างหนัก

Image of a ship passing through the Strait

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เรือขนส่งหลายสิบลำซึ่งบรรทุกสินค้านับหมื่น ๆ ตัน ต้องผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน

คำว่า "บาบ เอล มันเดบ" ในภาษาอาหรับหมายถึง "ประตูแห่งน้ำตา" หรือ "ประตูแห่งความโศกเศร้า" ซึ่งสะท้อนถึงอันตรายในพื้นที่ ทั้งกระแสน้ำเชี่ยว ลมที่คาดเดาไม่ได้ ไปจนถึงโจรสลัดและความขัดแย้ง

ระหว่างปี 2008 ถึง 2012 ช่องแคบแห่งนี้และน่านน้ำโดยรอบเผชิญการโจมตีจากโจรสลัดจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจากโซมาเลียที่ลักพาตัวลูกเรือเพื่อเรียกค่าไถ่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาคมระหว่างประเทศและบริษัทเดินเรือต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

หากมีการปิดเส้นทางในปัจจุบัน จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตตลาดพลังงานที่ตึงตัวอยู่แล้ว จากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

การหยุดชะงักของการขนส่งในอ่าวได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งจากราว 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนเกิดวิกฤต ไปสู่ระดับมากกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน การค้าโลกในสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงสินค้าการเกษตร ก็กำลังได้รับผลกระทบ และหากเกิดความปั่นป่วนในเส้นทางเดินเรือเพิ่มเติมอีกแห่ง อาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นไปอีก และทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งกับอิหร่านรุนแรงยิ่งขึ้น

โมฮัมหมัด อัลบาชา จากบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงในสหรัฐฯ อย่าง บาชา รีพอร์ต (Basha Report) กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มฮูตีจะเริ่มมุ่งเป้าโจมตีเรือที่มุ่งหน้าไปยังซาอุดีอาระเบียหรือไม่

"ต่อให้จะไม่มีเรือลำใดถูกโจมตีเลย แต่แค่เพียงประกาศดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะสร้างความปั่นป่วนต่อการเดินเรือและสร้างความไม่แน่นอนให้กับท่าเรือของซาอุดีอาระเบียแล้ว ส่วนว่ากลุ่มฮูตีจะเปลี่ยนผ่านจากคำขู่ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่สุด" เขากล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์